ปัญหาของเครื่องปั่นไฟที่พบบ่อย..จนคุณต้องรู้


 

►► สำหรับบทความในหน้านี้ ช่างเลือกขอนำเสนอ "ปัญหาของเครื่องปั่นไฟที่พบบ่อยทั้งหมด" พร้อมแนะนำวิธีแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเอาไว้ด้วยนะครับ (เห็นว่าเป็นประโยชน์ก็แชร์ได้ครับ แต่รบกวนอย่าคัดลอกบทความไปใช้ในทางธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต เพราะบทความทุกบทความ เนื้อหาในทุกโพสต์ทีมงานเขียนขึ้นเองด้วยประสบการณ์ล้วนๆ จึงจัดเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของทีมงานช่างเลือกครับผม)

 

อ่านไปก็อยากให้ลองศึกษาและสังเกตไปด้วยว่า "ปัญหาหลักๆ นั้นอยู่ที่ตรงจุดไหน" เพื่อที่ว่าท่านผู้อ่านจะได้มีความรู้ความเข้าใจในภาพรวม และสามารถเลือกซื้อ รวมถึงแนะนำผู้ใช้งานท่านอื่นได้ในอนาคตต่อไปได้อย่างถูกต้องเหมาะสมที่สุดครับ 


… เริ่มกันเลย …

 

 

►►ปัญหาที่ 1 และ 2 นี้ จัดเป็นปัญหาเกี่ยวกับผู้ใช้งานเครื่องยนต์ 

 

จะเห็นได้ว่า .. "เครื่องยนต์มีส่วนทำให้ไดปั่นไฟเสียได้ หากใช้ไม่ถูกวิธี" แต่ในทางกลับกัน 

 

★"ไดปั่นไฟไม่สามารถทำให้เครื่องยนต์ต้นกำลังตัวหนึ่งๆ เสียได้เลยอย่างเด็ดขาด"

ดังนั้น ปัญหาส่วนมากที่เกิดขึ้นกับส่วนของเครื่องยนต์ต้นกำลังในเครื่องปั่นไฟแต่ละตัวล่ะ จะมีอะไรบ้าง เรามาดูไปพร้อมๆ กันเลยดีกว่าครับ

—————————————————————————————————

 

►►1. ปัญหาแรกสุด (คลาสิกที่สุด) คือ การลืมเติมน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์ 


1.1) ด้วยเหตุว่าในการขนส่ง บริษัทขนส่งส่วนใหญ่จะบังคับให้เทน้ำมันทุกชนิดออก เพื่อป้องกันความเสียหายอันอาจเกิดกับการขนส่งของที่ร่วมมาด้วย (เช่น พืชผล เป็นต้น) ดังนั้น เมื่อเครื่องปั่นไฟไปถึงคุณลูกค้าปลายทาง บางท่านอาจไม่ได้สังเกตอ่านคู่มือหรือป้ายคำเตือนที่เราแนบไป และทำก่อนเปิดเครื่องยนต์ทันที ส่งผลให้ก้านลูกสูบหักทันที (ในบางครั้งด้วยผลของน้ำมันหล่อลื่นเก่าที่เทออกไม่หมดซะทีเดียว ตอนสตาร์ทก็อาจทำให้เครื่องฯ ยังพอที่จะเดินไปได้สัก 15-20 นาที และหยุดน็อคนิ่งไป)

 

ดังนั้น ก่อนใช้งานทุกครั้ง ควรมีความรอบคอบ & ระมัดระวัง "ตรวจเช็คน้ำมันเครื่อง และความเหมาะสมของปริมาณเสียก่อน" ก็จะช่วยลดปัญหาเหล่านี้ไปได้ครับ

 

 

1.2) หรือบางท่านอาจใช้งานไปเรื่อยๆ นานหลายปี เมื่อเครื่องยนต์อยู่ในสภาพไม่ค่อยใหม่แล้ว และทางไซท์งานก็ไม่เคยมีการตรวจดูเลยว่าต้องเติมน้ำมันเครื่องเพิ่มเข้าไป อาจทำให้น้ำมันเครื่องมีส่วนระเหยออกไปง่ายขึ้น ส่งผลให้ระดับน้ำมันเครื่องมันลดลงจนอาจแห้งได้ครับ
 

ข้อสังเกตของอาการแบบนี้คือ เมื่อเราพยายามจะดึงเชือกเพื่อสตาร์ท เชือกจะติด ดึงเท่าไหร่ก็ดึงไม่ได้ แบบนี้แสดงว่าก้านสูบหักอันเนื่องมาจากน้ำมันเครื่องแห้งแล้วแน่นอนครับ (บ่อยครั้งครับ ที่ทีมงานเจอเหตุการณ์แบบนี้ แล้วผลปรากฏว่าผู้ใช้หน้างานเองก็ไม่ยอมรับว่าลืมเติม ผลคือต้องนำเครื่องยนต์มาผ่าเพื่อเปลี่ยนก้านสูบและยืนยันกันไปด้วยภาพครับ .. ถือว่าเอามาเล่าแบ่งปันให้ฟังเพื่อเป็นประโยชน์ จะได้ช่วยกันระวัง และอย่าโทษผู้ผลิตไดปั่นไฟเลยนะครับ)


วิธีแก้ไข: ส่งเครื่องยนต์ซ่อมที่ศูนย์ครับ (กรณีแบบนี้เราทำอะไรไม่ได้เลย เพราะต้องเปลี่ยนก้านสูบใหม่เท่านั้น)


***หมายเหตุ: ปัญหานี้ไม่รวมกรณีที่เครื่องยนต์เป็นเครื่องยนต์จีนแดง และสตาร์ทไม่ติดนะครับ เพราะกรณีดังกล่าวนั้น ไม่เกี่ยวอะไรกับน้ำมันเครื่อง แต่เป็นปัญหาที่ตัวเครื่องยนต์เอง มันถูกออกแบบมาไม่ดีครับ สตาร์ทได้ 2-3 ทีแล้วก็สตาร์ทไม่ได้อีกเลย (ชั่วอายุการใช้งานของมัน) ถึงแม้คุณจะไม่ลืมใส่น้ำมันเครื่องก็ตาม

 

—————————————————————————————————

►►2. ปัญหาที่สอง คือ การเติมน้ำมันเครื่องมากเกินไปจน "ล้น"

 

ข้อสังเกตของอาการแบบนี้คือ สตาร์ทยาก ดึงเชือกแล้วเชือกดึงกลับด้วยแรงเท่ากับที่เราดึง


วิธีแก้ไข: ให้พยายามเอาน้ำมันเครื่องส่วนที่เกินออก หรือหากไม่สามารถทำเองได้ แนะนำให้ส่งเครื่องยนต์เข้ารับการซ่อมที่ศูนย์ครับ

 

 

—————————————————————————————————

 

►►ปัญหาที่ 3: การใช้โหลดเกินกำลังวัตต์ของไดปั่นไฟ ต้องยอมรับว่าปัญหาข้อนี้เป็นหนึ่งในปัญหาที่พบเจอมากที่สุดจากประสบการณ์ที่ผ่านมาครับ เนื่องจาก ผู้ซื้อส่วนมาก (โดยเฉพาะผู้ซื้อมือใหม่) มักจะเลือกซื้อเครื่องปั่นไฟที่ราคาเป็นลำดับแรก 

 

เนื่องด้วย เครื่องปั่นไฟที่มีขนาดกำลังวัตต์ต่างกัน ก็จะมีราคาแตกต่างกัน ทำให้ผู้ซื้อเลือกซื้อขนาดกำลังวัตต์ต่ำๆ ไว้ก่อน (เพราะเอางบประมาณเป็นตัวตั้ง และต้องการตัวที่ถูกที่สุด) โดยไม่คำนึงถึงโหลดที่แท้จริง เช่น โหลดหน้างาน คือ มอเตอร์ 1.5 แรง ซึ่งต้องใช้กับเครื่องปั่นไฟขนาดไม่น้อยกว่า 6 KW จึงจะเหมาะสม แต่กลับเลือกซื้อเครื่องปั่นไฟเพียง 1-2 KW

 

ผลที่เกิดขึ้นตามมา คือ ไดปั่นไฟไหม้ในระยะเวลาอันสั้น กรณีเช่นนี้บอกเลยว่าถึงจะซ่อม หรือพันใหม่กลับไป แล้วใช้งานแบบเดิม มันก็จะไหม้เรื่อยๆ เป็นวงจรซ่อมแล้วซ่อมอีก .. จนคุณจะทั้งเบื่อและเข็ดกับค่าซ่อมเลยล่ะครับ

 

 

—————————————————————————————————

 

►►ปัญหาที่ 4 ปัญหาเรื่องเครื่องยนต์สั่น (อันนี้จัดเป็นปัญหาที่ตัวเครื่องยนต์)

 

ปัญหานี้เป็นปัญหาที่เกิดกับคุณภาพและมาตรฐานของเครื่องยนต์ที่นำมาใช้ต่อกับไดปั่นไฟโดยตรง หากเกิดขึ้น ก็ทำอะไรไม่ได้มาก นอกจากแนะนำว่าให้เปลี่ยนไปใช้เครื่องยนต์คุณภาพมาตรฐานสากลเถอะครับ

 

หมายเหตุ: เครื่องยนต์ยี่ห้อจีนแดงขนาดรุ่นเดียวกัน 2 ตัว แกะกล่องออกมา ยังมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของเพลาไม่เท่ากันเลยครับ ทำงานด้วยยากมาก เสียเวลาครับ (อะไหล่ก็ไม่มี) ไม่จำเป็นอย่าไปใช้เลยครับ

 

 

—————————————————————————————————

 

►►ปัญหาที่ 5 จัดเป็นปัญหาของ "ไดปั่นไฟ" ซึ่งเกิดจากสาเหตุที่เป็นไปได้ 2 กรณี กล่าวคือ

 

กรณีที่ 1: ตั้งแต่เริ่มใช้งานครั้งแรก ไดปั่นไฟก็ไม่สามารถผลิตกระแสได้ตามที่กล่าวอ้าง เนื่องจากไดปั่นไฟ ไม่ได้คุณภาพ ออกไฟไม่เต็ม ผมยอมรับเลยว่าปัญหาข้อนี้เป็นปัญหาที่พบเจอมากที่สุดอีกข้อจากประสบการณ์ที่ผ่านมา เนื่องจาก ผู้ซื้อส่วนมาก (โดยเฉพาะผู้ซื้อมือใหม่ ซึ่งยังไม่มีประสบการณ์การใช้งานเครื่องปั่นไฟจีนแดงมาก่อน) มักจะเลือกซื้อเครื่องปั่นไฟที่ราคาเป็นลำดับแรก

 

"ราคาถูก" และ "รูปลักษณ์ภายนอกที่ดูดี" (ตีมาเป็นกล่องอย่างสวยงาม) จึงเป็นสิ่งชักจูงให้เกิดการตัดสินใจที่ผิดพลาด โดยเฉพาะกรณีที่ร้านค้ามีการลดแลกแจกแถม หรือมีคำกล่าวอ้างเลื่อนลอยเกี่ยวกับการรับประกันสินค้าเป็นระยะเวลายาวนาน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในความเป็นจริงกลับตรงข้าม เมื่อเกิดปัญหาขึ้นก็ทำได้เพียงการเปลี่ยนตัวใหม่ หรือแนะนำให้ซื้อรุ่นใหม่ไปเรื่อยๆ ซึ่งเครื่องปั่นไฟเหล่านั้น แต่ละตัวก็มีอายุการใช้งานสั้นเหลือเกิน เข้าสู่วงจรเสียซ่อมหรือเสียซื้อใหม่ไปเรื่อยๆ จนคุณต้องเหนื่อยหน่ายและเข็ดขยาดจริงครับ

 

——————————————————————————–

 

กรณีที่ 2: เคยใช้งานไดปั่นไฟได้ปกติ แต่มาคราวนี้เครื่องยนต์ทำงานปกติแต่ไดปั่นไฟผลิตกระแสออกมาได้น้อย กรณีเช่นนี้ สันนิษฐานไว้ก่อนว่า การใช้งานครั้งหลังสุดก่อนหน้านี้ ผู้ใช้น่าจะใช้โหลดเกิน ทำให้ไดปั่นไฟไหม้ อย่าลืมครับว่าการไหม้ของไดปั่นไฟเกิดขึ้นได้ 2 แบบ คือ

  • ไหม้ทั้งตัว กรณีใช้โหลดเกินไปอย่างมากในครั้งเดียว 
    สังเกตได้จาก เมื่อสตาร์ทเครื่องยนต์ปกติ ไดปั่นไฟจะไม่ทำงาน ไม่ผลิตกระแสออกมาเลย
  • ไหม้ทีละนิด กรณีนี้ตรวจยาก เพราะมักจะเกิดขึ้นข้างใน บริเวณที่ลวดทองแดงสัมผัสกัน มักเกิดจากการใช้โหลดเกินกำลังทีละนิดๆ ไปเรื่อยๆ (เป็นลักษณะเก็บสะสมมา) 
    สังเกตได้จาก เมื่อสตาร์ทเครื่องยนต์ปกติ ไดปั่นไฟจะยังคงทำงานได้ แต่ผลิตกระแสออกมาได้น้อยลงๆ 

 

—————————————————————————————————

 

►►ปัญหาที่ 6 เครื่องยนต์กินน้ำมันมาก เนื่องจากเครื่องยนต์ทำงานโอเวอร์โหลดอยู่ครับ ลองนึกถึงรถยนต์ที่บรรทุกของหนักๆ อ่ะครับ มันจะกินน้ำมันมากกว่ารถที่โล่งๆ ด้วยเหตุผลเดียวกันเลยครับ

 

กรณีเช่นนี้อาจเป็นไปได้ว่า เครื่องยนต์เล็กเกินไป ทีมงานฯ จึงแนะนำให้ลองเปลี่ยนขนาดแรงม้าของเครื่องยนต์ให้ใหญ่ขึ้น และ "ต้องเหมาะสมกับขนาดและรอบของไดปั่นไฟ" ด้วยนะครับ

 

ไม่เช่นนั้น หากเปลี่ยนเครื่องยนต์ให้ใหญ่ขึ้น แต่ขนาดกำลังวัตต์ของไดปั่นไฟไม่ใหญ่ขึ้นตาม และไม่ได้ตั้งรอบในการทำงานของทั้งคู่ให้สัมพันธ์กัน เวลาเราเร่งเครื่องยนต์มากๆ ก็อาจส่งผลให้ไดปั่นไฟไหม้ได้ง่าย อันเนื่องมาจากเครื่องยนต์รอบจัดเกินไปก็เป็นได้ ดังนั้น อัตราส่วนของทั้งสองนี้ก็ต้องเหมาะสมกันถึงจะดีที่สุดครับ

 

 

—————————————————————————————————

 

►►ปัญหาที่ 7 ไดปั่นไฟผลิตกระแสออกมาขาดๆ เกินๆ ปัญหาข้อนี้เป็นปัญหาคลาสิกครับ อยู่ที่การผลิตไดปั่นไฟเลยก็ว่าได้ ร่ายกันยาว ดังนี้ครับ

 

เนื่องจากระบบไดปั่นไฟ ในปัจจุบันนี้มี 2 แบบหลักๆ คือ

 

ระบบแรก ระบบคอยล์ขดลวด เป็นระบบที่ทีมงานช่างเลือกใช้ผลิต เป็นระบบไฟฟ้าภาคกำลังที่มีกันมาตั้งแต่ไดปั่นไฟตัวแรกของโลกถูกผลิตขึ้น จัดเป็นการผลิตที่ไม่ได้อาศัยชิ้นส่วนอิเล็คทรอนิกส์ใดๆ เข้ามายุ่งเลย ใช้ขดลวดทองแดงล้วนๆ ดังนั้น การคำนวณและออกแบบจึงต้องเป๊ะกว่ามาก ว่ากันว่า ต้องแม่นยำตั้งแต่การคำนวณขั้วแม่เหล็ก ความเข้มของสนามแม่เหล็กภายใน ปริมาณกระแสที่เกิดขึ้น ฯลฯ เป็นต้น 

 

ระบบที่สอง ระบบอิเล็คทรอนิกส์ เป็นระบบที่เครื่องปั่นไฟจีนส่วนมากเกือบ 100% ใช้ในปัจจุบัน คือ การนำเอาชิ้นส่วนอิเล็คทรอนิกส์ (แผ่นปริ้นท์) เข้ามาควบคุมปริมาณกระแสหรือโวลต์ให้คงที่ โดยไม่ต้องไปใส่ใจในการคำนวณปริมาณกระแสหรือโวลต์ให้แม่นยำ

 

——————————————————————————————–

►► อธิบายเปรียบเทียบง่ายๆ ให้เห็นภาพ เหมือนกับว่า แม่น้ำ 2 สาย (สมมติว่าแม่น้ำคือกระแสไฟฟ้า)

แม่น้ำสายแรก มีอัตราการไหลมาอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ เพราะต้นทางได้ควบคุมให้ไหลมาในอัตราที่คำนวณมาดีแล้วตั้งแต่แรก ดังนั้นจะไม่มีการไหลมาขาดหรือเกินอย่างไม่มีเหตุผล

 

ในขณะที่แม่น้ำสายที่สอง ไม่ได้ถูกควบคุมอย่างดีที่ต้นทาง แต่มาใช้ประตูกันตรงกลางเพื่อบังคับให้บางส่วนไหลผ่านไปได้ บางส่วนที่ไหลไปไม่ได้ก็ออๆ ไว้ หรือล้นออกไป (ประตูที่กั้น ก็คือ AVR นั่นเอง) ซึ่งคุณผู้อ่านก็จะเห็นภาพใช่ไหมครับว่า เมื่อไหร่ที่ประตูพัง ก็จะควบคุมกระแสน้ำไม่ได้อีกต่อไป


เช่นเดียวกัน เมื่อไหร่ที่ AVR เจ๊ง "จบ" .. ครับ "เครื่องปั่นไฟตัวนั้นก็จะให้ไฟขาดๆ เกินๆ" และเมื่อนำไปต่อใช้งานกับเครื่องใช้ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ปลายทางอื่นๆ อุปกรณ์ดังกล่าวจึงไหม้หรือเสียก็เพราะเหตุที่ไฟไม่นิ่งนั่นเองครับ

 

★★ ข้อมูลเพิ่มเติมครับ: ความจริงภาคอิเล็คทรอนิกส์ก็ไม่ใช่ไม่ดีทีเดียว เพียงแต่คุณต้องยอมรับว่า 

การนำชิ้นส่วนอิเล็คทรอนิกส์มาใช้คุมภาคกำลัง จะทำได้ดีที่กระแสต่ำๆ แต่สำหรับเครื่องปั่นไฟนั้น ยิ่งตัวใหญ่ขึ้น กระแสที่ผลิตออกมาก็สูงขึ้นตาม ดังนั้น เมื่อนำชิ้นส่วนอิเล็คทรอนิกส์มาคุม จึงเกิดความร้อนทำให้เสียง่ายมากครับผม ★★

 

 

—————————————————————————————————

 

►►ปัญหาที่ 8 เป็นปัญหาที่เกิดกับการใช้งานไดปั่นไฟอย่างไม่เหมาะสม (ซึ่งได้อธิบายไปแล้วในปัญหาที่ 5 ในกรณีที่ 2) กล่าวคือ เคยใช้งานไดปั่นไฟได้ปกติ แต่มาคราวนี้เครื่องยนต์ทำงานปกติแต่ไดปั่นไฟผลิตกระแสออกมาได้น้อย กรณีเช่นนี้ สันนิษฐานไว้ก่อนว่า การใช้งานครั้งหลังสุดก่อนหน้านี้ ผู้ใช้น่าจะใช้โหลดเกิน ทำให้ไดปั่นไฟไหม้ อย่าลืมครับว่าการไหม้ของไดปั่นไฟเกิดขึ้นได้ 2 แบบ คือ

  • ไหม้ทั้งตัว กรณีใช้โหลดเกินไปอย่างมากในครั้งเดียว 
    สังเกตได้จาก เมื่อสตาร์ทเครื่องยนต์ปกติ ไดปั่นไฟจะไม่ทำงาน ไม่ผลิตกระแสออกมาเลย
  • ไหม้ทีละนิด กรณีนี้ตรวจยาก เพราะมักจะเกิดขึ้นข้างใน บริเวณที่ลวดทองแดงสัมผัสกัน มักเกิดจากการใช้โหลดเกินกำลังทีละนิดๆ ไปเรื่อยๆ (เป็นลักษณะเก็บสะสมมา) 
    สังเกตได้จาก เมื่อสตาร์ทเครื่องยนต์ปกติ ไดปั่นไฟจะยังคงทำงานได้ แต่ผลิตกระแสออกมาได้น้อยลงๆ 

 

—————————————————————————————————

 

►►ปัญหาที่ 9 ปัญหาเครื่องยนต์ไม่ได้คุณภาพล้วนๆ ครับ แนะนำให้เปลี่ยนเครื่องยนต์ และเลือกใช้เฉพาะเครื่องยนต์คุณภาพครับ

 

 

—————————————————————————————————

 

►►ปัญหาที่ 10 ไดอ๊อกเชื่อมลวดไม่ละลาย ปัญหานี้หลักๆ เกิดจาก 3 สาเหตุ คือ

 

1. ผู้ซื้อเลือกซื้อไดอ๊อกขนาดเล็กเกินกว่างาน เช่น หน้างานใช้เชื่อมลวด 4 มม. แต่เลือกซื้อไดอ๊อก ขนาดเชื่อมลวด 2.6-3 มม.


2. ผู้ซื้อเลือก "ชนิดของลวดเชื่อม" ที่ไม่เหมาะสมกับงาน เช่น ต้องการเชื่อมเสาเข็ม แต่ใช้ลวดธรรมดา เมื่อนำไปใช้กับไดอ๊อก ปรากฏว่าลวดละลายปกติ แต่เชื่อมไม่ติดกับหัวเสา ผู้ใช้งานก็คิดว่าปัญหาเกิดจากไดอ๊อก แต่เมื่อสืบค้นหาสาเหตุดูดีๆ ปรากฏว่า การเชื่อมหัวเสาเข็มซึ่งเป็นเหล็กเหนียว ต้องใช้ลวดชนิด L55 เท่านั้น ไม่สามารถใช้ลวดเชื่อมปกติได้ (ลวดปกติหมายถึง ลวดที่เชื่อมโครงหลังคานั่นเอง)

 

ดังนั้น ท่านผู้สนใจควรทราบด้วยว่า ชนิดของลวดเชื่อมซึ่งถูกทำขึ้นในการเชื่อมเหล็กต่างชนิดต่างจุดประสงค์กันจึงส่งผลโดยตรงกับงานเชื่อมด้วยครับ


3. การเลือก "สายเชื่อมที่ไม่ได้คุณภาพ" (สายเชื่อมราคาถูกส่วนมากจะเป็นปลอกสายหนาๆ มีไส้ทองแดงอยู่นิดเดียว) คุณทราบไหมครับว่า สายเชื่อมมีผลโดยตรงกับการเชื่อมงาน หากใช้สายเชื่อมคุณภาพ หน้าตัดไส้ทองแดงเต็มก็ช่วยให้การนำส่งกระแสเกิดได้อย่างดี สูญเสียไปเป็นความร้อนน้อยนั่นเองครับ

 

★★★ในมุมมองส่วนตัวของผมนะ ในการทำงานช่างต่างๆ หากเป็นไปได้ ควรเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ดี มีคุณภาพ อย่าเลือกที่ราคาถูกไว้ก่อน เพราะมันมีปัจจัยลบหรือค่าใช้จ่ายแอบแฝงที่คุณมองไม่เห็นอยู่เยอะจริงๆ ครับ★★★

 

 

—————————————————————————————————

 

►►ปัญหาที่ 11 การต่อสายไฟเข้าบ้านผิด อันตรายถึงชีวิตนะครับ เคยอธิบายไว้แล้วใน 2 บทความนี้ครับ

ทางที่ดี หากคุณไม่ใช่ช่างไฟ และไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับไฟฟ้าโดยตรง จ้างช่างไฟเถอะครับ (แล้วคุณก็ค่อยคุมไปดูไปด้วยได้) เพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของคุณและคนที่คุณรักครับ

 

 

—————————————————————————————————

 

►►ปัญหาที่ 12 เครื่องปั่นไฟถูกขโมย ปัญหานี้ แนะนำให้ลองหาโซ่ล็อค หรือเก็บไว้ในห้องเก็บของที่มีกุญแจล็อคให้แน่นหนาครับ

 

 

—————————————————————————————————

 

►►ปัญหาที่ 13 คือ เกิด "ควันดำ" ที่เครื่องยนต์


ควันดำเกิดจาการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ กล่าวคือเชื้อเพลิงมีมากกว่าอากาศในห้องเผาไหม้ สัดส่วนระหว่างเชื้อเพลิงต่ออากาศไม่พอดี จึงเกิดควันสีดำ

 

ข้อสังเกตของอาการแบบนี้คือ มีควันสีดำเกิดขึ้นที่ท่อไอเสีย


วิธีแก้ไข: แนะนำให้ส่งเครื่องยนต์เข้ารับการซ่อมที่ศูนย์ดีกว่าครับ เพราะกรณีนี้ก็เช่นเดียวกัน มีรายละเอียดที่แตกต่างกันไปอีกหลายประการต้องเช็คว่าเครื่องยนต์มีความผิดปกติที่จุดไหนครับ 

 

 

—————————————————————————————————

 

►►ปัญหาที่ 14 คือ เกิด "ควันขาว" ที่เครื่องยนต์


ควันขาวเกิดจากการมีน้ำมันเครื่องหลุดเข้าไปในห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์ แล้วถูกเผาไหม้ผสมไปกับน้ำมันเชื้อเพลิง ส่งผลให้เกิดเป็น ควันขาวที่ปลายท่อไอเสีย

 

ข้อสังเกตของอาการแบบนี้คือ มีควันสีขาวเกิดขึ้นที่ปลายท่อไอเสีย


วิธีแก้ไข: แนะนำให้ส่งเครื่องยนต์เข้ารับการซ่อมที่ศูนย์ดีกว่าครับ เพราะมันยังมีรายละเอียดที่แตกต่างกันไปอีกหลายประการต้องเช็คว่าเครื่องยนต์มีความผิดปกติที่จุดไหน อาจจะเป็นซีล หม้อกรอง แหวนลูกสูบ ลูกสูบหรือเสื้อสูบหลวม เป็นต้นครับ 

 

 

—————————————————————————————————

 

►►ปัญหาที่ 15 ไดปั่นไฟไหม้ เพราะรอบการทำงานไม่สอดคล้องกับเครื่องยนต์ มักพบบ่อยกับไดปั่นไฟที่ต่อใช้งานกับเครื่องยนต์รถ และผู้ใช้ไม่ติดตั้งตัวคุมรอบรถ (หรือ "กาวานา") ครับ

 

เนื่องจาก เครื่องยนต์รถ สามารถเร่งรอบได้จัดมาก บางครั้งสูงถึง 5,000 รอบต่อนาที และสามารถเหยียบเพื่อเร่งหรือเบาคันเร่งได้เฉกเช่นกับเวลาที่เราขับรถ ในขณะที่ไดปั่นไฟทุกตัวในโลกทำงาน (ผลิตกระแสไฟฟ้า) ที่รอบคงที่ค่าหนึ่งเท่านั้น ดังนั้น การนำเครื่องยนต์รถมาประยุกต์ใช้งาน จะต้องไม่ลืมติดตั้งตัวคุมรอบครับ ไม่เช่นนั้นใช้ได้ไม่นานไดปั่นไฟก็จะไหม้อยู่เรื่อยๆ แน่นอนครับผม

 

 

 

 

 

จะเห็นได้ว่า "ไดปั่นไฟ เป็นส่วนของอุปกรณ์ที่ไม่สามารถทำงานเองได้" (ผมมองว่ามันเป็น Passive นะ) และ


★★"ไม่มีที่ไดปั่นไฟจะทำให้เครื่องยนต์เสียได้" แต่ในทางกลับกัน "เครื่องยนต์ที่ไม่ดีไม่เหมาะสมสามารถทำให้ไดปั่นไฟเสียได้ง่ายๆเลย"

 

ดังนั้น หากคุณผู้อ่านสังเกตดีๆ จะเห็นว่า "ปัญหาโดยส่วนมากไม่ได้เกิดขึ้นที่ตัวของไดปั่นไฟเอง"

 

—————————————————————————————————–

 

►►สรุปแล้ว .. ปัญหาของเครื่องปั่นไฟที่พบบ่อย มักเกิดจาก 2 ปัจจัยหลัก นั่นคือ◄◄ 

 

1. เครื่องยนต์ และ

2. การใช้งานที่ผิดพลาด หรือความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของผู้ใช้งานนั่นเองครับ 

—————————————————————————————————–

 

►►ดังนั้น คำแนะนำที่ดีที่สุด ก็คือ

 

  • ก่อนเลือกซื้อ ทีมงานฯ แนะนำให้ศึกษาข้อมูลโดยเฉพาะโหลดของคุณให้ละเอียดถี่ถ้วน
  • ระหว่างเลือกซื้อ ทีมงานฯ แนะนำเลือกซื้อ เครื่องปั่นไฟ จาก "คุณภาพ" "ความทนทาน" และ "บริการหลังการขาย" เป็นหลัก (หลีกเลี่ยงการเลือกซื้อโดยยึดจากราคาถูกเพียงอย่างเดียว)
  • ก่อนใช้งาน ทีมงานฯ แนะนำให้ศึกษาคู่มือวิธีการใช้งานและการติดตั้งให้เข้าใจอย่างถูกต้องและถ้วนถี่ (หากไม่เข้าใจ โทรสอบถามให้เข้าใจ อย่าทดลองใช้งานแบบสุ่ม และหากไม่สามารถต่อเองได้ จ้างช่างไฟมาทำ อย่าฝืนทำเอง)
  • หลังใช้งาน ทีมงานฯ แนะนำให้หมั่นบำรุงรักษาตามคำแนะนำในคู่มืออย่างสม่ำเสมอ
  • หากเกิดปัญหา มีสติ ค่อยๆ เช็คว่าปัญหาเกิดขึ้นจากอะไร และแก้ไขให้ตรงจุด

 

————————————————————————————————–

 

►►เพียงเท่านี้ คุณก็จะได้เครื่องปั่นไฟที่ใช้ดี ทนทาน รับใช้คุณได้นานแล้วล่ะครับ :)

 

 

 

http://www.changleuk.com/allproducts/

 

 

———————————————————————————————————————————

 
 
 
 
 
 
 
 

———————————————————————————————————————————

 

สนใจ เครื่องปั่นไฟ และไดอ๊อก "คุณภาพ" ออกไฟเต็ม ทนทาน กล้ารับประกันคุณภาพ ติดต่อ

 

ทีมงานช่างเลือก 085-833-5145, 097-959-4556 

 

LINE: @changleukgen

เพิ่มเพื่อน

สนใจเป็นตัวแทนจำหน่ายกดที่นี่ https://line.me/ti/p/%40vcd4124m

 

อีเมล์: Changleuk@gmail.com

เครื่องปั่นไฟ ไดอ๊อก ช่างเลือก Tel. 097-9594556

 

 

 

 

 

 

 


#ปัญหาเครื่องปั่นไฟ 

#วิธีแก้ปัญหาเครื่องปั่นไฟ 

#อะไหล่ไดปั่นไฟ

 

 

 

Share and Enjoy

  • Facebook
  • Twitter
  • Delicious
  • LinkedIn
  • StumbleUpon
  • Add to favorites
  • RSS